หมวดหมู่: ข่าวสังคม

ยิงเพื่อนบ้านตายเพราะหมาเห่าเมีย

ที่จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายโดยผู้เสียชีวิตมีอายุอยู่ที่ 62 ปีเคยตายอยู่ที่หน้าบริเวณบ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้เสียชีวิตชื่อว่าคุณประเสริฐถูกอาวุธปืนยิงไปทั้งหมด 9 นัดนอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่

สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้าและผู้ที่ก่อเหตุยิงนั้นมีอาชีพเป็นผู้ช่วยช่างไฟฟ้า ชื่อว่านายเทอดศักดิ์โดยสาเหตุที่ยิงกันนั้นเกิดมาจากการเลี้ยงหมาซึ่งหลังจากที่นายเทอดศักดิ์ยิงคุณประเสริฐจนเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้หนีไปไหนยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตรงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนในโทรศัพท์พบว่าสาเหตุที่ต้องยิงนายประเสริฐนั้นเนื่องตากบ้านของนายประเสริฐเลี้ยงหมาไว้เยอะถึง 8 ตัวโดยหมาของนายประเสริฐนั้นจะเห่าเสียงดังเป็นอย่างมากในวันที่เกิดเหตุนี้

สาเหตุมาจากว่าเมียของเขากำลังเดินกลับเข้ามาที่บ้านซึ่งเดินผ่านเข้ามาในซอยแล้วแล้วหมาของคุณประเสริฐก็ทำการเห่าเมียของเขาเสียงดัง เมียของมือปืนที่ยิงนายประเสริฐไม่พอใจจึงตะโกนด่าหมาไปและเมื่อนายประเสริฐได้ยินก็ออกมาทะเลาะกับเมียของมือปือเนื่องจากเขาไม่พอใจที่เมียของมือปืนมาด่าหมาของเขา คำพูดที่นายประเสริฐพูดกับเมียของมือปืนมี 1 ประโยคนั่นก็คือแน่จริงก็ให้เอาปืนมายิงเขาเลยซึ่งในตอนนั้นเองมือปืนได้ยินเสียงทะเลาะกันจึงเดินออกมาดูแล้วได้ยินประโยคนี้พอดีทำให้เกิดอารมณ์โมโหจึงเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้วไปคว้าปืนออกมาแล้วก็ทำการยิงนายประเสริฐ

จนเสียชีวิตดังกล่าวโดยมือปืนได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงนายประเสริฐเพียงแต่ว่านายประเสริฐมีการท้าทายให้ตนยิงก่อนตนจึงยิงตามที่นายประเสริฐบอก

เบื้องต้นนักข่าวได้ลงไปยังจุดเกิดเหตุแล้วได้มีการคุยกับเพื่อนบ้านถึงกรณีเหตุการณ์ที่มีการยิงกันตายเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาซึ่งเพื่อนบ้านหลายคนได้บอกว่านายประเสริฐเลี้ยงหมาไว้หลายตัวก็จริงแต่มาของนายประเสริฐมักจะไม่ค่อยเสียงเห่าเสียงดังหรือรบกวนใครตรงกันข้ามกับบ้านของนายเทิดศักดิ์ที่เป็นมือปืนซึ่งบ้านหลังดังกล่าวก็เลี้ยงหมาไว้เช่นเดียวกันแต่หมาบ้านนายเทิดศักดิ์เห่าเสียงดัง

โวยวายมากกว่าในวันเกิดเหตุนายเทอดศักดิ์น่าจะมีอาการเมาสุราพอได้ยินคำถามแบบนั้นก็เลยออกมายิงนายประเสริฐจนถึงแก่ความตาย โดยทางญาติของนายประเสริฐผู้ตายเองก็ไม่พอใจที่เพียงแค่เรื่องหมาเท่านั้นถึงกับต้องมายิงกันจนถึงแก่ความตายแต่อย่างไรก็ตามทางญาติของผู้ตายก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินจัดการกับคนร้ายตามกฎหมายต่อไป 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าออนไลน์

Read More

ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19เพิ่มอีกรายพบเป็นแม่ค้าขายเบเกอรี่ 

ที่อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี  มีแม่ค้าขายขนมเบเกอรี่รายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อมูลผ่านทาง facebook เมื่อวันที่ 5 เดือนเมษายนปี พ.ศ. 2563 โดยใช้ความใน Facebook มีการระบุเกี่ยวกับข้อมูลของตัวเองว่าตัวเธอนั้นมีการตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19โดยเธอมีการระบุไว้ใน Facebook ของเธอว่าตัวเองนั้นพึ่งตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มาร่วมงานวันที่ 4 เดือนเมษายนปี พ.ศ. 2563

ซึ่งตัวเธอนั้นติดมาจากสามีของเธอเองโดยเธอไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองนั้นมีอาการติดเชื้อเนื่องจากว่าร่างกายไม่แสดงอาการอะไรเลยดังนั้นเธอจึงอยากแจ้งประชาสัมพันธ์ให้กับใครก็ตามที่มาใกล้ชิดกับเธอหรือว่าสัมผัสตัวเธอในช่วง 14 วันย้อนหลังไปนั้นให้มีการเฝ้าระวังตนเองพร้อมกับตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วันคอยสังเกตอาการว่าจะมีอาการที่เข้าข่ายการติดเชื้อไวรัสโควิด-19หรือไม่อีกทั้งหากภายในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาไกลที่ใกล้ชิดและสัมผัสกับตัวเธอโดยที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยขอความร่วมมือเธอให้ติดต่อพร้อมกับทิ้งเบอร์โทรเอาไว้เพื่อที่เธอจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปให้กระทรวงสาธารณสุข

เพื่อทำการติดต่อบุคคลเหล่านั้นต่อไป  ทั้งเธอยังได้กล่าวขอโทษคนที่มาซื้อเบเกอรี่ของเธอรับประทานเนื่องจากเธอไม่รู้จริงๆว่าเธอมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19จึงยังทำขนมขายอยู่เพราะถ้าหากเธอรู้เธอคงไม่ทำขนมขายและเป็นการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ให้กับคนอื่นอย่างแน่นอนทั้งขอความร่วมมืออย่ามีการซ้ำเติมเธอเลยเพราะตอนนี้เธอก็ทุกข์ใจมากพออยู่แล้ว ซึ่งหลายคนได้มีการอ่าน Facebook ของเธออ่านก็พากันเข้ามาให้กำลังใจเธอรวมถึงประชาสัมพันธ์ถึงคนที่เคยกินเบเกอรี่ร้านของเธอว่าให้มีการเฝ้าระวังและกักตัวเองโดยด่วนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อออกไปให้กับบุคคลอื่น

     ในสถานการณ์อย่างนี้การโทษการไม่เป็นสิ่งที่ดีนักเพราะหากใครรู้ว่าตนเองติดเชื้อคงไม่นำไปแพร่ให้กับคนอื่นแน่นอนดังนั้น การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและควรมีการกักตัวเองเอาไว้อยู่แต่ในบ้านหากไม่มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านรวมถึงการเว้นระยะห่างระหว่างกันหากจะต้องมีการติดต่อสื่อสารกันซึ่งตอนนี้หลายฝ่ายก็มีการรณรงค์และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะมีการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

พร้อมถึงหาแนวทางป้องกันและหาตัวยาที่จะสามารถทำลายไวรัสชนิดนี้ได้แต่ตอนนี้ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้และสิ่งสำคัญที่สุดคือหากรู้ว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19ไม่ควรปิดบังเอาไว้ควรจะมีการประชาสัมพันธ์บอกให้คนอื่นได้ทราบเพื่อที่คนที่เคยใกล้ชิดและสัมผัสเราจะได้มีการเฝ้าระวังตนเองและไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ต่อไป

Read More

ถูกผู้จัดการร้านโพสต์ด่าเพราะขอเงินเดือนสูงไปให้ไม่ไหว

นักเรียนระดับชั้นมหาลัยไม่มีตังค์จนต้องไปสมัครงาน part timeแต่ถูกผู้จัดการร้านโพสต์ด่าเพราะขอเงินเดือนสูงไปให้ไม่ไหว

กำลังเป็นข่าวโด่งดังเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนมหาลัยไม่มีตังค์จนต้องมาสมัครงาน part time ที่ร้านอาหารที่อยู่ในห้างแห่งนึงซึ่งหลังจากที่กรอกใบสมัครเธอก็ถูกเจ้าของร้านปฏิเสธนอกจากที่ถูกเจ้าของร้านปฏิเสธเธอแล้วเจ้าของร้านออกมาโพสต์เรื่องราวและด่าเธอซึ่งเธอดีกับฉันนักข่าวว่าเธอไม่ได้ต้องการจะปฏิเสธเด็กสาวคนนั้นจริงๆเธอก็สงสารที่เธอไล่ไปนั้นก็เพราะว่าสาวคนนั้นขอค่าจ้างที่แพงมากเกินไปไม่สามารถที่จะจ่ายไหวแต่ถ้านักเรียนคนนั้นก็บอกว่าทางเจ้าของร้านให้เพื่อนของทางเจ้าของร้านช่วยวิพากษ์วิจารณ์และด่าเด็กคนนั้นซึ่งเธอบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะว่าเด็กสาวคนนั้น

สนุกสนานแต่ยังมีคนคนหนึ่งมาเห็นข้อความที่เธอได้โพสต์และคนคนนั้นก็ได้เอาข้อความที่เธอโพสต์ไปแชร์ต่อทำให้ทุกคนในโลกโซเชียลได้เห็นเรื่องราวที่ทางเจ้าของร้านอาหารโพสต์ไปและต่อว่าเจ้าของร้านอาหารซึ่งร้านอาหารของเธอนั้นเปิดเป็นร้านขายสเต็กซึ่งคือร้านสเต็กซานตาเฟ่

ซึ่งเป็นร้านที่ดังมากเกี่ยวกับสเต็กเพราะสเต็กที่ร้านนี้มีเนื้อที่นุ่มเครื่องเคียงก็อร่อยทุกอย่างให้เป็นร้านที่ดังมากมีเด็กสาวคนหนึ่งได้มาขอสมัครทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านนี้ซึ่งเด็กสาวคนนั้นได้ขอให้ผู้หญิงคนนั้นจ่ายเงินเดือนให้เธอเดือนละ 15,000 บาททำให้ทางเจ้าของร้านถึงถึงกับช็อคกับราคาที่เด็กคนนั้นต้องการซึ่งในป้ายประกาศสมัครเน็ตพาร์ทไทม์เขียนไว้แล้วว่าชั่วโมงละ 44 บาทเท่านั้นซึ่งเด็กคนนั้นต้องการจะทำงาน 8 ชั่วโมงแต่ถ้าเอามาคำนวณยังไง 8 ชั่วโมงก็ไม่ถึง 15,000 บาทแน่นอนดังนั้นทางเจ้าของร้านจึงได้ทำการปฏิเสธเด็กคนนั้นไปในข้อความที่โพสต์ยังไม่มีเขียนผิดว่า

ถ้าหากว่าเธอเห็นตอนที่เด็กนักเรียนคนนั้นกำลังเขียนว่าต้องการเงินค่าจ้างเท่าไหร่เธอก็อยากที่จะฉีกเอกสารกรอกใบสมัครที่เด็กคนนั้นเขียนต่อหน้าต่อตาของเด็กสาวคนนั้นเลยและได้มีคนเกือบทั้งประเทศออกมาต่อว่าเธอโดยส่วนใหญ่จะตอบว่าว่าข้อมูลที่เด็กสาวคนนั้นกรอกข้อมูลใส่ลงไปนั้นเป็นข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับเด็กคนนั้น

ซึ่งไม่ควรจะโพสต์รูปเอกสารที่เด็กคนนั้นกรอกข้อมูลไว้เพราะนั่นก็เท่ากับว่าได้ทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็กคนนั้น หลังจากที่เรื่องนี้ถึงหูของผู้บริหารหรือเจ้าของร้านของสเต็กซานตาเฟ่แล้วนั้นผู้จัดการร้านที่โพสต์ด่าเด็กคนนั้นก็ถูกไล่ออกเรียบร้อยซึ่งต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าการที่เอาข้อมูลของคนอื่นออกมาเผยแพร่ให้คนในโลกโซเชียลรู้นั้นไม่ถูกต้องถ้าเธอไม่ต้องการที่จะรับเด็กสาวคนนั้นทำงานเธอก็เพียงแค่ปฏิเสธไม่เห็นต้องออกมาโพสต์ด่าเธออย่างนี้เลย

 

ขอบคุณ  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100  ที่ให้การสนับสนุน

Read More

ผัวฆ่าเมียตาย แล้วจัดฉากว่าเมียลื่นล้มจนเสียชีวิต

    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความว่ามีคนเสียชีวิตที่บ้านพัก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครนายก โดยผู้ตายอายุ 69 ปี ชื่อว่าคุณ เสาวนีย์  เมื่อเจ้าหน้าที่ไปพบศพ พบว่าเธอเสียชีวิตใกล้กับตู้เสื้อผ้า ตอนที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบลูกสาวของนาง เสาวนีย์กำลังนั่งกอดศพแม่ร้องไห้อยู่ พร้อมกับให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่แม่ของเธอต้องตายเป็นเพราะสามีใหม่ของแม่ที่ชื่อว่า นาย สันต์ เป็นคนต่างด้าว

ซึ่งตอนที่เกิดเหตุ ลูกสาวไม่อยู่บ้านเพราะต้องออกไปทำงานนอกบ้านผู้เสียชีวิตอยู่กับสามีใหม่โดยเธอเล่าว่าในตอนเย็นเธอเดินทางกลับมาถึงบ้านพบว่าแม่นอนอยู่เมื่อสอบถามนายสันต์ ว่าแม่เป็นอะไร นายสันต์ ก็ไม่บอกแค่บอกว่าให้ไปดูเอง

และเมื่อเธอเดินไปตรงที่แน่นอนก็พบว่าแม่มีเลือดไหลออกมาเมื่อจับตัวแม่ก็เพราะว่าตัวแม่แข็งแล้ว พอนายสันต์เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งหนีออกจากบ้านไปทันที เธอจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบศพ พบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้าย ทั้งที่คอ ที่ไหล่ และที่หัว ซึ่งลูกสาวผุ้ตายได้ให้การว่า แม่ของตนเองและนายสันต์  อยู่กินด้วยกันมานานเป็น 10 ปีแล้วซึ่งตัวในส่วนนั้นเป็นชายต่างด้าวตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันหากนายสันต์ กินเหล้าแล้วเมาก็จะมีเรื่องทะเลาะตบตีกับแม่ของเธออยู่เป็นประจำ เรื่องลูกสาวได้เล่าสภาพศพของแม่ให้ฟังว่าเมื่อกลับมาถึงก็เห็นแม่นอนอยู่บนที่นอนโดยที่ใบหน้ายังมีการทาแป้งไว้เต็มใบหน้าแต่บริเวณตามร่างกายมีร่องรอยเขียวช้ำเหมือนถูกทำร้าย

ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวคนร้ายแต่ยังไม่สามารถจับกุมได้เมื่อเดินทางไปที่บ้านเดิมของคนร้ายพบว่ามีแค่มอเตอร์ไซค์จอดอยู่แต่ไม่เจอตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้วมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะมีปัญหาทะเลาะกันอยู่ที่ตรงประตูหน้าบ้านและคนร้ายเอาขวดตีหัวผู้เสียชีวิตหลังจากนั้นก็พยายามรัดคอพร้อมลากร่างมาแถวตรงตู้เสื้อผ้าและมีการเช็ดเลือดทำลายหลักฐานเพราะมีร่องรอยของการเช็ดเลือดออก ซึ่งบริเวณลำคอมีร่องรอยการถูกรัดคอและผู้ตายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะมีการนำผ้ามารัดที่คอของผู้เสียชีวิตแล้วมีการอำพรางศพในลักษณะเหมือนกับว่าผู้เสียชีวิตลื่นหกล้มตายที่หน้าประตูห้องน้ำข้างๆกับตู้เสื้อผ้าซึ่งทำเหมือนกับลักษณะว่าผู้ตายอาจจะพึ่งอาบน้ำเสร็จเพราะมีการปรับแรงให้แล้วเกิดหกล้มแถวๆตรงตู้เสื้อผ้าตรงหน้าห้องน้ำเพื่อเป็นการอำพรางศพ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

Read More

ขลุ่ยกับงูเห่า การเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเที่ยวกับสัตว์

สุดยอดการโชว์สัตว์ของโลกใบนี้อีกอย่าง การแสดงโชว์เป่าขลุ่นและมีงูออกมานั้น ซึ่งขยับตัวและทำอะไรตามความสัมพันธ์กับเสียงขลุ่ย ถือเป็นศาสตร์การควบคุมสัตว์ที่ยากจะเรียนแบบจริงๆ แล้วมันก็มีมาอย่างยาวนานในประเทศอินเดีย อาจจะนานมากๆจนแถบจะไม่รู้ที่มาที่ไปเลยก็ได้นะ เรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยทีเดียว แล้วเจ้างูนั้นทำไมมันถึงเชื่อฟังเสียงขลุ่ยได้ล่ะ

โดยที่คำว่างู ทุกคนจะรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นสัตว์ที่ถูกฝึกให้จนเชื่องได้เลย แล้วก็ดูน่าอันตรายแบบสุดๆ ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงโชว์ขลุ่นและงูนี้ มักจะต้องเป็นงูมีพิษเท่านั้นอีกด้วย เพราะว่านั้นคือเสนห์ของการโขว์ประเภทนี้ยังไงล่ะ เป็นการเล่นกับอันตราย และทำให้คนดูเชื่อว่าผู้เป่าขลุ่ยนั้นเป็นผู้วิเศษก็ว่าได้ แต่กระนั้นแล้ว การเป่าขลุ่ยก็ไม่ได้เป็นการลดอันตรายจากงูพิษเหล่านี้ไปมากนักหรอกนะ และยิ่งกับคนดูที่ดูอยู่รอบๆก็คงจะต้องเข้าใจด้วยว่าขลุ่ยไม่ได้ทำให้งูพิษไม่ทำร้ายตัวเองด้วย มันมีความลับดำมืดอยู่

งูเป็นสัตว์ที่ต้องออกล่าเหยื่อ การที่งูจะถูกนำมาแสดงได้แสดงว่าต้องได้รับอาหารจนอิ่มแล้ว แล้วก็ต้องฝึกให้มันอยู่กับคนเยอะๆ จนตัวมันเองไม่คิดว่าคนที่อยู่รอบๆนั้นเป็นพิษเป็นภัยได้ นี่คือการฝึกที่เราพอนึกออก แต่ก็จะบอกว่าการฝึกนี้ ถ้างูมีความผิดปกติทางอารมย์เพียงแค่นิดเดียว มันก็สามารถฉกคนดูหรือคนเป่าขลุ่ยเองและโดนพิษจนถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

ดังนั้นแล้ว งูพิษพวกนี้จะโดนกระทำอย่างที่น่าอานาถใจที่สุดคือ การถอนเขี้ยวพิษและรีดเอาพิษออกทั้งหมด เพื่อไม่ให้มันฉกคนอื่นและถึงตายด้วยพิษได้ โดยเฉพาะการฝึกฝนกับงูนั้น แรกก็ต้องมีบ้างแหละที่งูจะไม่เชื่อฟังแล้วก็ฉกคนฝึกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา งูมันคงไม่เป็นสัตว์ที่ฝึกง่ายตั้งแต่แรกหรอกมั้ง ทีนี้พอมีการถอนเขี้ยงพิษออก นั้นแหละคือประเด็นสำคัญที่ทำให้มันมีโอกาสติดเชื้อจากแผลจนได้ตายได้ แล้วมันก็เป็นการผิดธรรมชาติของงูพิษที่ไม่เหลือพิษแล้วอีกด้วย งูฝีกโชว์พวกนี้จะมีอายุที่ไม่ยืนยาวนัก บางตัวออกแสดงได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องตายไปเพราะติดเชื้อนั้นเอง

ถึงผมจะไม่เคยดูโชวงูพิษนี้ แต่ก็พอจินตนาการได้ว่ามันคงตื่นเต้นดีที่มีงูพิษที่น่ากลัวอยู่ข้างหน้าเรา แต่พอนึกถึงว่ามันไม่มีพิษแล้ว มันก็รู้สึกถึงความอานาถใจและไม่น่าชมขึ้นมาเลยล่ะ

 

ขอขอบคุณ  Jetsadabet  ที่ให้การสนับสนุน

Read More

เสือไก่โดนตำรวจวิสามัญ

เสือไก่โดนตำรวจวิสามัญ เพราะต่อสู้ขณะเข้าไปขโมยของที่ร้านทำผม

                       มีรายงานข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำการวิสามัญคนร้าย โดยชาวบ้านเรียกกันว่าเสือไก่ ซึ่งเสือไก่นี้ได้ก่อคดีเข้าไปลักทรัพย์ที่ร้านทำผม แต่ว่าระหว่างหลบหนี้เสือไก่ได้ทำร้ายคนชรา และเอาปืนจี้เด็กเพื่อจะเอามาเป็นตัวประกันพร้อมทั้งมีการยิงต่อสู้กับตำรวจ จึงทำให้ตำรวจต้องยิงต่อสู้และเสือไก่ก็โดนกระสุนปืนของตำรวจตายซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้มีคนถ่ายคลิปวีดิโอเหตุการณ์เอาไว้ได้ด้วย ซึ่งทางแม่ค้าเจ้าของร้านทำผมได้กล่าวว่าที่จริงเสือไก่เข้ามาขโมยของภายในร้าน

ซึ่งตอนนั้นที่ร้านไม่มีคนอยู่ภายในร้านเลย แต่มีเพื่อนบ้านผ่านมาเห็นจึงได้โทรแจ้งกับเจ้าของร้านซึ่งระหว่างที่เจ้าของร้านเดินทางกลับมาที่ร้านก็ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับขโมยด้วย และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงเสือไก่ก็พยายายามที่จะหลับหนีซึ่งระหว่างที่เสือไก่หนีก็มีการยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างนั้นได้มีคนขี่รถมอเตอร์ไซด์เข้ามารับเสือไก่ระหว่างทางที่หลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตามจับอย่างกระชั้นชิดทำให้เสือไก่อาจจะรู้ว่าหนีไม่ทันแน่จึงได้ลงจากรถมอเตอร์ไซด์แล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านคน

และเข้าไปทีบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีคนแก่อยู่คนเดียว โดยเสือไก่ได้ใช้ปืนขู่คนแก่แล้วถามหากุญแจรถ แต่ทางคนแก่บอกว่าไม่มีระหว่างนั้นหลานชายคนแก่เดินเข้ามาเห็นพอดีจึงเข้าทำการช่วยเหลือคนแก่และทำการต่อสู้กับเสือไก่ จนหลานชายของคนแก่รับบาดเจ็บจากการที่ถูกเสือไก่ยิง และเมื่อยิงแล้วเสื่อไก่ก็วิ่งหนีไปบ้านอีกหลังซึ่งอยู่บ้านตรงกันข้ามกับบ้านหลังแรก ซึ่งมีเด็กอายุแปดขวบอยู่พอดี นายไก่จึงได้จับตัวเด็กเอาไว้เป็นตัวประกันเพราะเจ้าหน้าที่มาถึงแล้ว ระหว่างจับเด็กและพาเด็กหนีไปด้วยเสือไก่ได้ล็อคคอเด็กแล้วลากให้เดินถอยหลัง ระหว่างนั้น

มีตะแกรงท่อน้ำอยู่ตรงทางเดินพอดี เสือไก่ไม่เห็นจึงสะดุดท่อน้ำล้มลง ทำให้เด็กหลุดมือ เสือไก่จึงยิงใส่ตำรวจและตำรวจก็ยิงสวนทำให้เสือไก่เสียชีวิตทันที ซึ่งในจุดเกิดเหตุชาวบ้านในระแวกนั้นก็พากันมาช่วยเจ้าหน้าที่จับตำรวจได้ ภายหลังจากเหตุการณ์สงบได้มีการเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านดูพบว่า เสือไก่เข้ามาขโมยของทุกอย่างแม้แต่ขนมและนมก็ขนไป ซึ่งชาวบ้านเรียกเสือไก่ว่า โจรเซเว่น  ทางด้านญาติของเสือไก่จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยฮานอย

Read More

ข่าวเข้าค่ายลูกเสือเหมือนกันฝึกทหาร

 มีภาพแชร์ต่อๆกันมาทางโลกออนไลน์ ว่ามีโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ได้ส่งเด็กไปเข้าค่ายลูกเสือโดยมีทหารคอยช่วยดูแลจัดการ แล้วมีการฝึกที่ดูน่ากลัวเกินไป เช่นการคลานใต้ลวดหนาม หรือการทำโทษเหล่าลูกเสือและเนตรนารีด้วยการให้กินข้าวใต้โต๊ะ ซึ่งบางคนมองว่าเป็นการกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเด็ก แต่หลายคนก็มองว่าเป็นการฝึกการให้เด็กมีระเบียบวินัย

          สำหรับเรื่องนี้คงแบ่งความคิดเห็นได้สองทาง สำหรับในฐานะของผู้ปกครองแล้ว เราคงไม่อยากเห็นลูกของเราถูกใครสั่งให้ทำอะไรที่เป็นการเสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว อยู่บ้านเราไม่ต้องการให้ลูกเราบาดเจ็บอย่างไร ออกไปนอกบ้านพ่อแม่ยิ่งเป็นห่วงลูกมากขึ้นอีกหลายเท่า การที่ผู้ปกครองได้เห็นวิธีการฝึกหรือวิธีการลงโทษที่เป็นวิธีการทำโทษของทหารจริงๆนั้น ในความรู้สึกของผู้ปกครองรู้สึกว่าการฝีกและการทำโทษแบบนี้มันเป็นการทำที่รุนแรงเกินไป เพราะเด็กๆเหล่านั้นอายุยังน้อย ยังอายุแค่เพียง 14-15 ปีเท่านั้นเอง ในสายตาของพ่อแม่ แม้ลูกจะอายุมากเท่าไหร่ก็ยังดูเด็กในสายตาของเราเสมอ ดังนั้น การที่เห็นลูกต้องไปทำอะไรที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเองแล้ว ย่อมไม่ต้องการให้ทำ

         ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นเพียงคนวิจารณ์ ยังไม่มีลูกมีหลานก็จะมองอีกแบบว่าเป็นการฝึกให้เด็กอยู่ในกฎระเบียบ ฝึกให้เด็กมีวินัย  แต่ถ้ามองย้อนกลับไปจริงๆการกินข้าวใต้โต๊ะเป็นการฝึกวินัยอย่างไรก็ยังไม่เห็นผล นอกจากจะเป็นการขู่ให้เด็กกลัวมากกว่า เด็กบางคนไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ต้องมาถูกทำโทษเพราะเพื่อนทำความผิด ยิ่งไม่สำควรทำเป็นอย่างมาก

การที่นำเด็กออกมานอนค้างนอกบ้านแล้วอ้างว่าเป็นการเข้าค่ายลูกเสือนั้น ว่ากันตามตรงการไปนอนเข้าค่ายลูกเสือไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะทำให้พ่อแม่ของเด็กไม่สบายใจ นอนไม่หลับเพราะกลัวลูกมีปัญหาอะไรในตอนกลางคืน เราจะไว้ใจครู ไว้ใจคืนอื่นได้อย่างไร ที่จริงกิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ เพียงแต่ควรทำกิจกรรมเฉพาะแค่ตอนกบางวันเท่านั้น ไม่ควรเอาเด็กไปนอนค้างที่อื่น เพราะหากเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา คุณครูหรือใครก็รับผิดชอบคืนให้กับพ่อแม่ของเด็กไม่ไหวหรอก  ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีน้องไปเข้าค่ายแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

นี่คือเหตุผลที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการเข้าค่ายแบบนอนค้างเกิดขึ้น เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรมา คนที่เสียใจที่สุดคือพ่อแม่ และครูที่พาไปไม่สามารถชดเชยความสูญเสียอะไรให้พ่อแม่ของเด็กได้เลย นอกจากคำขอโทษเพียงคำเดียว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

Read More

ข่าวหนุ่มแกร็บไม่พอใจคนแอบถ่ายรูปตอนปั่นจักรยานไปส่งของ

 จากกรณีที่ผู้ใช้งานเฟสบุ๊กคนหนึ่งใช้ไปเจอชายคนหนึ่งทำงานกับบริษัทแกร็บในการจัดส่งอาหารให้กับลูกค้าโดยชายคนดังกล่าวกำลังขี่จักรยานไปตามท้องถนน เมื่อผู้โพสต์เฟสบุ๊กเห็นดังนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารในตัวพนักงานของแกร็บคนดังกล่าวมากจึงได้ทำการถ่ายรูปพนักงานแกร็บแล้วนำรูปภาพของเขาไปโพสต์บนสื่อโซเชียลของตัวเอง และมีการบรรยาถึงความน่าสงสารที่หนุ่มแกร็บต้องทำงานหนักส่งของแต่ไม่มีรถจักรยานยนต์ในการส่งของต้องใช้เพียงจักรยานเท่านั้น

        และเมื่อเพื่อนในเฟสคนที่โพสต์เห็นภาพต่างก็พากันแชร์รูปภาพดังกล่าวจนเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และทีวี รวมถึงสื่อออนไลน์จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต หลายคนรู้สึกสงสารชีวิตของหนุ่มแกร็บคนดังกล่าวถึงขนาดที่ประกาศตามหาหนุ่มแกร็บเพื่อที่จะซื้อรถจักรยานยนต์ให้เพื่อที่จะได้นำไปขับทำงาน

      แต่เมื่อไม่นานมานี้ ชายหนุ่มคนทีอยู่ในภาพที่มีการเผยแพร่กันไปทั่วทุกสื่อนั้น ได้ออกมาโพสต์ข้อความเชิงต่อว่าคนที่แอบถ่ายรูปของตัวเองแล้วนำภาพไปโพสต์จนเกิดความเข้าใจกับตนเองนั้น หนุ่มแกร็บได้เข้ามาต่อว่าคนที่โพสต์ โดยเขาบอกว่าเขาไม่พอใจอย่างมากที่มาแอบถ่ายรูปของเขาแล้วนำมาโพสต์ใส่เฟสของตัวเอง โดยที่คนถ่ายไม่ยอมขออนุญาตตนเองก่อน และเขายังบอกว่าด้วยว่า เขาไม่ได้ยากจน เขามีเงินกินและเงินใช้มากมาย อีกทั้งเขายังมีเงินไปเที่ยวต่างประเทศด้วย ซึ่งที่เขามาทำงานส่งอาหารกับบริษัทแกร็บ

เพราะเขาอยากทำเฉยเฉยเท่านั้น เขามีทั้งเงินและทรัพย์สินมากมาย  ขนาดเงินประกันที่เขาจ่ายกับทางแกร็บเอาไว้ ยังมากกว่าเงินเดือนของบางคนที่เข้ามาสงสารเขาเลย ทั้งนี้เขายังบอกอีกด้วยว่า คนที่นำรูปเขาไปโพสต์ไม่ควรจะมโนไปเองว่าเขาไม่มีเงิน ซึ่งการกระทำของผู้ที่นำภาพของเขาไปโพสต์ถือว่าไร้มารยาทเป็นอย่างมาก และเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก และหากใครไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด หนุ่มแกร็บยังบอกให้เข้าไปชมข้อมูลในเฟสบุ๊กของเขาได้เลย ว่าเขาไปต่างประเทศมาจริงหรือไม่ เพราะเวลาที่เขาไปต่างประเทศเขาจะโพสต์รูปที่เขาไปเที่ยวทุกครั้ง

ซึ่งเขาเดินทางไปเที่ยวมากมากกว่า 15 ประเทศแล้วด้วยซ้ำไป อีกทั้งเขาทำงานกับแกร็บมานานแล้ว ทำเพราะอยากทำ ส่วนเงินที่ได้เขาก็เอาไปเที่ยวต่างประเทศ และเขาพอใจที่เขาเป็นอยู่แบบนี้ ดังนั้นเขาให้ทุกคนหยุดแชร์รูปของเขาได้แล้ว ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้คงเป็นตัวอย่างให้กับคนที่ชอบเห็นภาพอะไรแล้วถ่ายไปลงเฟสตัวเองไปทั่วว่าอย่างทำควรเช็คให้ดีก่อนแชร์ จะได้ไม่โดนเจ้าของเขาฟ้องกลับ

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

Read More

สารภาพแล้วใครโกงเงินพลทหารกราดยิง

 เชื่อว่าหลายคนยังคงจำกันได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีพลทหารกราดยิงผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมากที่เมืองโคราช กันได้โดยในตอนนั้นทุกคนต่างก็พยายามหากันว่าใครกันที่เป็นคนโกงเงินพลทหารจนเป็นสาเหตุให้เขาเกิดอาการคลั่งได้ และก็มีข่าวออกมาว่าเป็นนายที่เป็นเพื่อนของพลทหารคนดังกล่าว แต่ว่าในตอนนี้ลูกสาวของนางอนงค์ซึ่งเป็นภรรยาของผู้พันที่เสียชีวิต ขื่อว่านางพรพัตรได้ออกมายอมรับแล้วว่า โกหกเรื่องค่านายหน้าเพราะว่าแค้น

ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาต่อว่ากันมากมายที่โกหก โดยนางพรพัตรยอมรับว่าค่านายหน้าไม่ได้อยู่ที่นายพิทยาตอนนั้นทีพูดไปเพราะโกรธนายพิทยาที่เป็นเพื่อนกับผู้ก่อเหตุฆ่าแม่ของตนแต่ไม่ยอมเตือนอะไรพวกตนก่อนเลย จะได้เตรียมตัวไว้ โดยเธอบอกว่าเธอเจ็บใจที่พลทหารยศต่ำต้อยมาฆ่าแม่ของเธอ

ซึ่งตัวเธอได้ออกมายอมรับกับแม่ของนายพิทยาแล้วว่าการที่บอกว่านายพิทยาอมเงินค่านายหน้านั้นเกิดจากตนเองเป็นคนใส่ร้ายนายพิทยาแต่ตอนนี้นางพรพัตร มากราบขอโทษแม่ของนายพิทยาและต้องการจะกลับมาพูดคุยกับดีดี เหมือนเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่านางพรพัตรมีการทยอยขายทรัพย์สินของตนเองอยู่เพราะเธอกลัวโดนอายัดเงินนั้น  แต่เธอก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

            ในเรื่องนี้ความจริงคนที่ผิดก็คือครอบครัวของนางพรพัตร ที่ทำธุรกิจไม่โปร่งใส แถมยังโกงเงินนายทหารยศน้อยจำนวนหลายนาย โดยสามีของนางพรพัตรก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่ลูกน้องจนเป็นสาเหตุให้ลูกน้องทนไม่ได้ ซึงหลังจากที่มีเหตุกราดยิงและมีการค้นหาสาเหตุก็ทำให้ได้รู้ว่าสังคมของทหารก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ไม่ต่างกับสังคมข้างนอก

ทหารยศน้อยกว่าต้องถูกดูถูกและกดขี่ข่มเหง ไม่ใช่แค่พลทหารที่ก่อเหตุกราดยิงเท่านั้น แต่ยังมีทหารอีกเกือบพันนายที่เข้ามาร้องเรียนเรื่องนี้  ซึ่งแทนที่นางพรพัตร จะรู้สึกเสียใจต่อการกระทำของครอบครัวของตัวเองที่ไปโกงคนอื่นจน ทุกคนในเมืองโคราชต้องเดือดร้อนแต่เธอยังกลับมีหน้าไปใส่ร้ายคนอื่นให้ถูกด่าแทนครอบครัวของเธออีก และไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิด ซ้ำยังบอกว่าแม่ถูกฆ่าจากพลทหารยศน้อย ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็นการดูถูกคนอื่นเป็นอย่างมาก เรื่องนี้หวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ครอบครัวของนางพรพัตรควรได้รับการลงโทษ

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

Read More

เหตุการณ์โจรเข้าไปขโมยของที่โด่งดัง

เหตุการณ์โจรเข้าไปขโมยของแล้วเจ้าของบ้าน 13 คนไม่รู้ตัว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคมปีพ.ศ. 2563 ซึ่งได้มีเหตุการณ์โจรได้เข้ามาขโมยเอาทรัพย์สินของคนงานที่อาศัยอยู่ในห้องแถวซื้อห้องแถวดังกล่าวตั้งอยู่ตรงถนนกาญจนาวนิชอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วได้มีข้าวของหายไปหลายรายการด้วยกัน โดยขโมยได้ขโมยเค้ามาเอาทรัพย์สินซึ่งเก็บไว้ภายในบ้าน

ในขณะนั้นก็มีคนอาศัยนอนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 13 คนด้วยกันโดยโจทก์ยังสามารถเอาทรัพย์สินไปได้หลายรายการตั้งแต่โทรศัพท์มือถือซึ่งได้มากไปถึง 10 เครื่องและมีเงินสดเป็นจำนวนเงินมากกว่า 20,000 บาทอีกทั้งยังขโมยของที่มีราคาแพงอย่างเช่นรองเท้าเสื้อผ้าไปอีกด้วยซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ

เราได้ลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถาม ชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่ในละแวกนั้นเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรที่จะสามารถมีโจนขึ้นไปขโมยของภายในบ้านที่มีคนนอนอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่คนทั้ง 13 คนนั้นไม่มีใครรู้สึกตัวเลยซึ่งหลายคนต่างก็ออกมาสงสัยกันว่าคนที่เข้ามาขโมยจะต้องรู้ข้อมูลของสมาชิกทุกคนภายในบ้านหลังดังกล่าวและต้องมีความรู้ด้วยว่าทั้ง 13 คนเพิ่ง

จะได้รับเงินเดือนมากันจึงทำให้พวกขโมยพากันมาลงมือในวันดังกล่าวซึ่งหลายคนตั้งข้อสันนิษฐานว่าหากทั้ง 13 คนไม่รู้สึกตัวในขณะที่โจรเข้ามาขโมยของนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าทั้ง 13 คนถูกโจรวางยาให้นอนหลับก่อนที่จะมีการเข้ามาขโมยทรัพย์สินออกไปซึ่งหลายคนก็เชื่อกันว่าก่อนที่จะมีการวางยาทั้ง 13 คนนั้นพวกหัวขโมยอาจจะต้องมีการแวะเวียนเข้ามาดูลาดเลาก่อนแล้วว่าทั้ง 13 คนมีพฤติกรรมอย่างไร

ในการกินการนอนรวมถึงเงินเดือนจะออกเมื่อไหร่ซึ่งในหนึ่งของผู้เสียหายออกมาให้ข่าวว่าเป็นไปได้ว่าขโมยน่าจะลงมือเข้ามาขโมยของตอน เวลาที่ใกล้จะสว่างแล้วเพราะว่าตอนตีสามตัวเองและเพื่อนเพื่อนยังไม่มีใครนอนหลับแล้วมารู้สึกตัวว่าของหายก็ต่อเมื่อตอนตีห้าซึ่งทุกคนออกมายืนยันพร้อมกันว่าสิ่งที่ทานเหมือนกันก็คือทุกคนกินกระติกน้ำใบเดียวกัน

ดังนั้นยานอนหลับอาจจะมาจากน้ำในกระติกก็ได้ซึ่งจากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงพบว่ามีชายคนหนึ่งทำตัวลับๆล่อๆแล้วเดินเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวรวมถึงยังเดินไปบ้านหลังอื่นอีกด้วย โดยคนที่เห็นคลิปวิดีโออันนี้ต่างก็พูดว่ารูปร่างท่าทางไม่เหมือนกับผู้เสียหายทั้ง 13 คนแน่นอนดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพยายามหาหลักฐานแล้วจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

Read More