สังคมทั่วไป

เปลี่ยนสัญชาติได้ง่ายๆต้องดู

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายผู้คนเริ่มทะเลาะกันคุยเรื่องการเมืองกันไม่ได้บางคนถึงขั้นเบื่อหน่ายไม่มีความสุขกับประเทศชาติของตัวเองหลายคนได้พูดออกมาว่าอยากจะหนีสิ่งเหล่านี้ไปอยู่ประเทศอื่นๆ

คำถามที่จะตามมาก็คือถ้าคุณคิดอย่างนั้นจริงๆคุณสามารถทำได้หรือเปล่าและถ้าจะทำจะทำยังไงถ้าเราไม่อยู่ในประเทศนี้เราจะไปอยู่ประเทศไหนแล้วการไปอยู่ประเทศอื่นเราจะได้สวัสดิการเราจะได้รับสิทธิเท่ากับประเทศนั้นจริงหรือไม่ 

นอนเลยว่าคำตอบที่จะตามมานั้นก็คือได้สิถ้าคุณได้รับการโอนสัญชาติหรือว่าได้ถือสัญชาตินั้นๆเป็นสัญชาติที่ 2 ด้วยเมื่อมันได้มีทางออกแบบนี้คำถามต่อมาก็คือและวิธีการจะเป็นยังไงบ้างดูให้ครบ 10 ปีไปลงทะเบียนมันก็จะอยู่ที่ดวงเกินไปหรือเปล่าถ้าจะไปแต่งงานแบบหลอกหลอกก็จะเสี่ยง

ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบอย่างนึงแต่มันอาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้นถ้าคุณอยากไปอยู่ประเทศอื่นแล้วได้สัญชาตินั้นประเทศนั้นจริงๆบสงสิ่งที่คุณต้องมีจะต้องมีให้มากพอนั่นเงิน 

นอกจากนี้เราจะมาคุยกันเรื่องการซื้อขายสัญชาติถือได้ว่าจะเป็นประเด็นที่น่าสำคัญเป็นอย่างมากปกติแล้วเราเกิดมาในประเทศอะไรก็ตามเราก็จะได้สัญชาตินั้นๆโดยโนมัติเช่นเกิดในประเทศไทยก็จะได้สัญชาติไทยถ้าเรามีลูกแล้วเอาลูกไปคลอดไปเกิดที่สหรัฐอเมริกาลูกเราก็จะได้สัญชาติอเมริกาพอกลับมาบ้านเราจะต้องมาทำเรื่องขอสัญชาติไทยอีก

นอกจากนี้หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้วบอกได้เลยว่ามีประชากรในโลกใบนี้น้อยมากๆที่จะได้ถือ 2 สัญชาติอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้น ว่าในปัจจุบันการถือ 2 สัญชาติเป็นเรื่องปกติมีคนมากมายที่มีพาสปอร์ต2สัญชาติและเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเกิดในชาติอื่นๆที่ไม่ใช่ชาติของตัวเองด้วยซ้ำ

เพราะในปัจจุบันการซื้อขายสัญชาติได้กลายเป็นธุรกิจไปแล้วและได้เป็นธุรกิจที่มีการเพิ่มมากขึ้นไปทั่วโลกเพราะว่ามันได้ทำเงินรายได้เข้ามาอย่างมหาศาลปีที่แล้วสื่อระดับโลกอย่าง BBC ก็ได้รายงานว่าธุรกิจปั้นซื้อขายสัญชาติสามารถทำเงินให้ประเทศนั้นๆได้สูงถึง7.6แสนล้านบาทไทยเลยทีเดียว

จุดกำเนิดหรือแนวคิดการซื้อขายสัญชาติมาจากประเทศไหนพูดแล้วหลายคนอาจจะงงประเทศแรประเทศนั้นก็คือชื่อว่า เซนต์คตส์เยวิส หลายคนงงเลยว่านี่มันประเทศอะไรเซนต์คตส์เยวิสเป็นเกาะขนาดเล็กที่อยู่ในทะเลแคริบเบียนของทั้งสองเกาะด้วยกัน

ซึ่งประเทศนี้เขาได้มีนโยบาลนี้ออกมาตั้งแต่ปี2527ปีที่หลายคนยังไม่เกิดหรือเมื่อประมาณ35ปีก่อนอย่างที่บอกไปว่าปีเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในแคริบเบียนเป็นประเทศเล็กที่สุดในชายฝั่งตะวันตก

 

 

สนับสนุนโดย    gclub

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

แชร์สนั่น Social คุณยายป่วยติดเตียงถูกหลานชายที่มาเยี่ยมจะทำร้าย

           เป็นเรื่องราวที่กำลังมีการแชร์กันมากในโลกสังคมออนไลน์เมื่อมี Page  ของหมอแล็บแพนด้าได้นำรูปภาพของผู้ป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  ซึ่งนอนอยู่บนเตียงกำลังจะถูกผู้ชายคนหนึ่งและมือขึ้นมาทำถ้าลักษณะเหมือนกำลังจะตกด้วยรายละเอียดของข้อความดังกล่าวนั้นระบุว่าผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงนั้นเป็นคุณนายซึ่งมีอายุมากแล้วเป็นผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีแผลกดทับไม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งอาการของคุณยายท่านนั้นเรียกได้ว่าสาหัสเพราะอาจจะต้องมีการตัดขาทิ้งเลยก็ว่าได้

          ในขณะที่ชายที่อยู่ในรูปคนดังกล่าวนั้นเป็นหลานชายของคุณยายผู้ป่วยเองซึ่งเดินทางมาเยี่ยมคุณยายด้วยทุกครั้งที่มาทุกคนในโรงพยาบาลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับเกมคุณยายก็มักจะเห็นว่าหลานชายของคุณยายนั้นมักจะพูดจากระโชกโฮกฮากใส่คุณยายมีการตะคอกใส่คุณยายด้วยน้ำเสียงอันดังอีกทั้งยังพยายามยกมือเหมือนกับทำท่าจะตกแต่คุณยาย แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากคนในโรงพยาบาลและมีจำนวนมากทำให้คุณยายยังไม่ถูกอ่านชายของคุณยายตบตีเพียงแค่เป็นการล้างมือให้เห็นเพียงเท่านั้น

            แต่จากภาพที่เห็นหลายคนก็ออกอาการเวทนาหดหู่ใจเป็นอย่างมากโดยหลายคนเชื่อว่าที่คุณยายยังไม่ถูกหลานชายทำร้ายเพราะหลานชายยังเกรงสายตาของคนรอบข้าง  แต่ถ้าหากคุณยายออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านทุกคนเกรงว่าคุณยายจะต้องถูกหลานชายคนนี้ทำร้ายร่างกายอย่างแน่นอน

         ซึ่งจากภาพที่มีการแสดงออกมาให้เห็นทางเพจของ Facebook นั้นแสดงให้เห็นว่าหลานชายของคุณยายนั้นมีจิตใจที่โหดร้ายและเป็นคนอารมณ์รุนแรงอย่างแน่นอนเพราะขนาดอยู่ท่ามกลางสาธารณชนก็ยังออกอาการเกรี้ยวกราดให้เห็นและแน่นอนว่าถ้าอยู่ลำปางคนอย่างที่บ้านคนที่ลำบากมากที่สุดก็คงจะเป็นคุณยายที่นอนป่วย อย่างแน่นอน 

         เมื่อเพจนี้ได้มีการใช้ออกมาก็มีคนในโลกออนไลน์ต่างพากันส่งต่อและแชร์ข้อความนี้กันเป็นอย่างมากรวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของชายคนดังกล่าวในรูปอีกทั้งยังพยายามที่จะมีการส่งเรื่องราวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลให้เข้ามาดูแลคุณยายในภาพเพราะหลายคนเชื่อแน่นอนว่า หาคุณยายได้กลับบ้านเมื่อไหร่ต้องเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นกับตัวคุณยายอย่างแน่นอน

         อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่มีการแชร์กันไปเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ทางด้านนักข่าวได้มีการเข้าไปติดตามเพจของหมอแล็บแพนด้าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคมปีพศ2563 ตรงที่พบภาพดังกล่าวแล้วซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าทางเพจไม่มีการลบทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

ดราม่าระหว่างนักเรียนกับโรงเรียนเมื่อโรงเรียนเริ่มเข้ามายุ่งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของเด็กมากเกินไป 

           ในโลกสังคมปัจจุบันนี้เรามักจะสอนให้เด็กนักเรียนนั้นเข้าใจถึงสิทธิเสรีภาพของคนในสังคมและแน่นอนว่าเมื่อเรามีการสอนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเด็กก็จะฟูมฟักข้อมูลเหล่านี้และทำให้ปัจจุบันนี้เจ็บหลายคนนั้นเริ่มเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิเสรีภาพของตนเองและข้อมูลส่วนตัวของตนเองหลังจากที่เราจะเห็นได้จากเกี่ยวกับดราม่าที่เรามักจะเห็นเด็กนักเรียนมีกับโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เด็กนักเรียนนั้น

พากันรวมตัวกันประท้วงขับไล่ครูออกนอกโรงเรียนในกรณีที่ไม่พอใจคุณครูซึ่งอาจจะเกิดจากการที่คุณครูท่านนั้นทำตัวไม่ดีทำให้ไม่เป็นที่เคารพนับถือของเด็กนักเรียนก็เป็นไปได้หรือจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เราเห็นดราม่าออกมาเมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งได้มีการประกาศออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการขอข้อมูลส่วนตัวของเด็กนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สื่อSocial Media

โดยมีข้อมูลออกมาว่าทางโรงเรียนนั้นมีการขอ username และ password  ในการเข้าไปใช้งานไม่ว่าจะเป็น Facebook     instagram รวมถึง Twitter จนเป็นกระแสดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์จนถึงขนาดว่าในที่สุดนั้นทางโรงเรียนก็ได้ออกมาขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งอธิบายเหตุผลว่าเพื่อเป็นการเข้าไปดูข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียของเด็กนักเรียน

เพราะมีความหวังดีไม่อยากให้นักเรียนนั้นหลงมัวเมาในพวก Social Media นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วทางโรงเรียนก็ต้องมีการยกเลิกการขอข้อมูลส่วนตัวนั้นไปเพราะเป็นการที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเด็กนักเรียนมากเกินไปนั่นเองซึ่งดราม่าในครั้งนี้ทางด้านผู้ปกครองของเด็กนักเรียนเองก็ออกมาเห็นด้วยกับตัวเด็กนักเรียนเพราะถึงแม้ว่าทางโรงเรียนจะมีความหวังดีมากแค่ไหนแต่บางครั้งก็ไม่ควรยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเด็กมากเกินความจำเป็นเพราะขนาดพ่อแม่ของเด็กนักเรียนเองยังให้อิสระเสรีไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากเกินไป

แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการดูแลเด็กนักเรียนของทางโรงเรียนนั้นแต่ละโรงเรียนก็มีมาตรการออกมาแตกต่างกันออกไปบางโรงเรียนนั้นมีมาตรการที่ดีแต่บางโรงเรียนนั้นก็มีการกดขี่ข่มเหงเด็กนักเรียนมากเกินไปเช่นก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องของโรงเรียนบังคับให้เด็กนักเรียนนั้นต้องยืนร้องเพลงหน้าเสาธงซึ่งถ้าหากมีเสียงที่เบาจนเกินไปก็จะบังคับให้ร้องใหม่จนกว่าจะพอใจ

สำหรับปัญหาดราม่าต่างๆที่เกิดขึ้นนี้คงต้องมีการนำมาพิจารณาว่าโรงเรียนแต่ละโรงเรียนนั้นมีความ ใส่ใจเด็กนักเรียนมากแค่ไหนและการใส่ใจนั้นเกินพอดีไปหรือไม่เพราะสิ่งที่โรงเรียนสามารถทำได้นั้นควรจะมีการใส่ใจอยู่ในขอบเขตของประมาณและไม่ควรล้ำเส้นสิทธิส่วนบุคคลของเด็กนักเรียนมากเกินไปนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

hate speech

สถานการณ์สังคมของโลกเราในปัจจุบันมีข่าวนักแสดง ดารา นักร้อง หรือแม้กระทั่งเด็กนักเรียนมัธยมฆ่าตัวตายกันอย่างเนื่อง สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากแบกรับความกดดันจากการโดนด่าทอ เหยียดหยาม ประณาม จากคนอื่นไม่ไหว ทำให้เขาทั้งหลายเลือกจบชีวิตตัวเองเพราะคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของคนอื่นที่มีต่อพวกเขาเหล่านั้น

คำพูดเชิงแสดงความเกลียดชังเหล่านั้นคือ “Hate speech” ซึ่ง หมายถึง คำพูด วาจาที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง ทั้งนี้ไม่ได้มีรูปแบบแค่ถ้อยคำเท่านั้น แต่รวมไปถึงข้อความ ภาพวาดล้อเลียน ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ บทกวี หรืออะไรก็ตามที่เป็นการกระทำที่ไปเป็นในการสัญลักษณ์การแสดงออกถึงความเกลียดชัง ฯลฯ  

เจตนาหลักๆของการพูดในเชิง Hate Speech จะต้องเป็นการแสดงความเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยประเด็นที่มักจะเอามาพูดในเชิงเกลียดชังก็มีได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ สีผิว รูปร่าง หน้าตา สถานที่อยู่อาศัย บ้านเกิด อาชีพ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการแบ่งแยกชนชั้น

การแบ่งแยกทางสังคม โดยการขจัดคนหรือกลุ่มนั้นออกไป ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีแค่การพูดอย่างเดียวเท่านั้น ในกรณีที่รุนแรงมากๆอาจมีการทำร้ายร่างกาย การใช้ความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และเมื่อไปถึงระดับที่ใช้ความรุนแรงแล้วนั้นก็ยากที่จะแก้ไขได้
แค่เพียงคำพูดวาจาที่แสดงความเกลียดชังก็สามารถทำร้ายจิตใจของผู้ถูกกระทำได้อย่างไม่มีชิ้นดีแล้ว หากมีการใช้ความรุนแรงเข้ามาอีกผู้ถูกกระทำไม่เพียงแต่จะมีบาดแผลที่ใจแต่รวมถึงจะมีบาดที่กายเพิ่มขึ้นมาอีก

ในสังคมปัจจุบันของเราสื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับที่ Hate speech ก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน เพราะการเข้าถึงกันที่ง่ายพียงแค่ปลายนิ้ว ทุกคนก็สามารถโพสข้อความดูถูกเหยียดหยามด่าทอคนอื่นได้ง่ายและเร็วขึ้น การโพสข้อความบนโซเชียลนั้นง่ายต่อตัวผู้กระทำ แต่ยากสำหรับผู้ถูกกระทำที่จะลบคำด่าทอ คำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นออกไปจากจิตใจ

เพราะคำพูดเหล่านั้นเหมือนเป็นมีดที่กรีดลงบนตัวผู้ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งมีคำพูดหรือข้อความที่แสดงความเกลียดชังมากเท่าไร ยิ่งเป็นแผลต่อผู้ถูกกระทำมากเท่านั้น จริงอยู่ที่ทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพในการพูด ในการแสดงความคิดเห็น แต่สิ่งเหล่านั้นจะต้องอยู่บนความถูกต้อง

ความถูกต้องในที่นี้ไม่ใช่แค่เพียงถูกกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการรู้จักคิดก่อนพูด รู้ว่าสิ่งที่ตนจะพูดออกไป จะแสดงออกไปจะเกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ฟัง คำพูดเหล่านั้นอาจจะเป็นการแสดงออกเชิงเกลียดชังได้  เราต้องรู้จักให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

รู้จักยับยั้งชั่งใจไตร่ตรองการพูด การแสดงความคิดเห็นของตัวเอง เพื่อไม่ให้คำพูดของเราเป็นการก่ออาชญากรรมโดยไม่ทันตั้งตัว ใครจะรู้ได้ว่าในวันข้างหน้าอาจจะมีคนเลือกจบชีวิตตัวเองเพราะคำพูดของหรือการแสดงออกของเราก็เป็นได้ 

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครสมาชิก

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

ลูกคนเดียวกับมีพี่น้องแตกต่างกันอย่างไร

วันนี้เรามีคำถามมาถามคน 2 กลุ่มด้วยกัน สำหรับคนที่มีพี่น้องเราขอถามว่า “คุณเคยมีปัญหา ทะเลาะกับพี่น้องหรือไม่ และคุณเคยคิดไหมว่าคุณอยากเป็นลูกคนเดียว” ส่วนลูกคนเดียว เราขอถามว่า “คุณเคยเหงาไหม และคุณเคยคิดว่าอยากมีพี่น้องหรือไม่”

เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยมีความคิดเหล่านี้อยู่ในหัวบ้าง ไม่มากก็น้อย วันนี้เราจึงอยากมาเปิดมุมมองให้คนที่มีพี่น้องได้เห็นว่าการเป็นลูกคนเดียวมีความแตกต่างจากการมีพี่น้องอย่างไร

1,ลูกคนเดียวไม่ต้องแบ่งปันใคร ในขณะที่คนมีพี่น้องจะต้องแบ่งปันของให้แก่กัน โดยเฉพาะผู้เป็นพี่จะต้องแบ่งของให้น้อง ไม่ว่าจะเป็นของกิน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือแม้กระทั่งเงิน เพราะคนที่มีพี่น้องจะถูกสอนให้แบ่งปันกันรู้จักแชร์ของให้กันและกัน ยิ่งผู้ที่เป็นพี่ยิ่งต้องรู้จักเสียสละให้น้อง แต่ลูกคนเดียวไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งปันของกับใคร แถมยังไม่ต้องเสียสละให้ใครอีกด้วย

2.ลูกคนเดียวต้องตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ในขณะที่คนมีพี่น้องต้องขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำในหมู่พี่น้อง บางครั้งก็เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างเรื่องการซื้อของ อาจให้พี่น้องช่วยเลือก บางครั้งก็เป็นเรื่องใหญ่ๆอยากการจะเลือกคณะที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือเรื่องการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยว่าเป็นอย่างไร ผู้เป็นน้องจะได้รับคำแนะนำจากพี่ เพราะพี่ได้ผ่านการเข้ามหาวิทยาลัยไปก่อนแล้ว จึงสามารถมาแนะนำการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้น้องได้ แต่ลูกคนเดียวอาจจะต้องไปขอคำปรึกษา คำแนะนำจากพ่อแม่ หรือบางครั้งจากเพื่อน จากรุ่นพี่ แต่นั่นก็อาจเป็นข้อดีที่คนเป็นลูกคนเดียวจะรู้จักตัดสินใจอะไรด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอคำปรึกษาจากใคร

3.ลูกคนเดียวอาจต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ในขณะที่คนมีพี่น้องจะมีพี่มีน้องคอยสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือวางแผนแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน อย่างเช่น หากมีปัญหาเรื่องเพื่อน พี่น้องก็จะช่วยหาวิธีแก้ปัญหา หรือช่วยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ แต่หากเป็นเรื่องปัญหาภายในครอบครัว คนเป็นลูกคนเดียวอาจจะต้องเผชิญและรับมือกับปัญหานั้นด้วยตัวคนเดียว ซึ่งแตกต่างกับคนมีพี่น้องที่ยังมีคนช่วยกันคิดแก้ปัญหา มีพี่น้องที่จะผ่านปัญหานั้นไปด้วยกันได้ แม้คนมีพี่น้องจะดูได้เปรียบที่มีพี่น้องช่วยแก้ไขปัญหา แต่ถ้าคนเป็นลูกคนเดียวแก้ปัญหาผ่านไปได้ด้วยตัวเองก็จะมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น

  1. ลูกคนเดียวอาจจะต้องปกป้องตัวเอง ในขณะที่คนมีพี่น้องจะมีพี่มีน้องคอยปกป้อง หากน้องโดนรังแกผู้เป็นพี่จะต้องปกป้อง เช่นเดียวกันกับเวลาที่พี่โดนรังแกผู้เป็นน้องก็อยากจะปกป้อง ซึ่งแตกต่างกับลูกคนเดียวที่อาจจะไม่มีพี่น้องคอยปกป้อง อาจจะต้องปกป้องตัวเอง แต่นั่นก็ทำให้คนเป็นลูกคนเดียวมีความเข้มแข็งมากกว่า

5.ลูกคนเดียวจะได้เล่นกับพ่อแม่หรืออาจต้องเล่นคนเดียวตั้งแต่เด็ก ในขณะที่พี่น้องยังมีเพื่อนเล่นไปด้วยกันในระยะเวลาที่เติบโตมาด้วยกัน บางครั้งพ่อแม่อาจไม่ว่างมาเลี้ยงดู หรือเล่นด้วยกับลูก คนเป็นลูกคนเดียวก็อาจจะต้องมีคนอื่นมาเลี้ยงดู หรือหาอะไรเล่นด้วยตัวเอง แต่คนมีพี่น้องยังสามารถหากิจกรรมอะไรเล่นด้วยกันได้ หรือพ่อแม่สามารถฝากให้คนเป็นพี่ดูแลน้องได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

จะสังเกตได้ว่าการเป็นลุกคนเดียวและการมีพี่น้องนั้นค่อนข้างแตกต่างกันเลย เพราะฝั่งหนึ่งต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองตลอดระเวลาที่เติบโตมา ส่วนอีกฝั่งก็มีพี่น้องมาตลอดระยะเวลาที่เติบโต การใช้ชีวิตจึงย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว และเมื่อการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมที่เติบโตมีความแตกต่าง อุปนิสัยก็ย่อมมีความแตกต่างกันด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นลูกคนเดียว หรือมีพี่น้องก็ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้วที่ได้เกิดมา เราแค่ต้องเปิดใจยอมรับว่าอาจมีข้อเสียบ้าง แต่เราสามารถมองข้ามไปได้

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

พ่อแม่รักลูกเท่ากันหรือไม่

ความรักจากพ่อแม่นั้นเป็นความรักอันบริสุทธิ์และเป็นความรักที่ได้มอบให้ลูกอย่างแท้จริงแต่นยาวครอบครัวที่มีลูกหลายคนนั้น ทำให้การมอบความรักจึงไม่ไม่ได้เป็นเพียงการให้ให้เพียงหนึ่งแต่จะเป็นการมอบให้หลายคนขึ้นดังนั้นแล้วจึงมีการตั้งคำถามว่าพ่อแม่นั้นรักลูกเท่ากันหรือไม่

ซึ่งคำตอบนั้นก็ไม่อาจจะสามารถหาคำตอบได้ชัดเจนเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนแต่อย่างไรก็ตามคำถามนี้นั้นก็ยังคงถูกตั้งคำถามอยู่เสมอและมักจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ก็หาคำตอบไม่ได้ว่าที่จริงแล้วตัวเองนั้นรักลูกเท่ากันหรือไม่ ซึ่งก็มีผลวิจัยมากมายจากหลายๆประเทศในการวิจัยและวิเคราะในเรื่องเหล่านี้ ก็ได้ข้อสรุปต่างๆออกมาตามความเป็นได้

ความรักเป็นสิ่งที่พ่อแม่มีให้ลูกเท่ากันแต่การปฏิบัติต่อลูกคือสิ่งที่พ่อแม่นั้นมีให้ลูกไม่เท่ากัน ผลวิจัยได้มีการวิจัยและทำการสำรวจพบว่าพ่อแมส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่ว่ารักลูกไม่เท่ากันทั้งหมดแต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกและสัมผัสได้ว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันก็คือการปฏิบัติและทำสิ่งต่างๆกับลูกนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นพ่อแม่มักจะต้องปฏิบัติ

และเอาใส่ใจในลูกคนเล็กกว่าเป็นพิเศษเนื่องจากลูกคนเล็กอาจจะยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือยังไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองในขณะที่ลูกคนโตอาจจะโตมากพอที่จะสามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้การปฏิบัติในการดูแลเลี้ยงดูลูกในช่วงวัยที่ต่างกันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอยู่เสมอว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

ความรู้สึกจากความเป็นห่วง พ่อแม่มักจะเป็นห่วงลูกคนใดคนหนึ่งมากกว่าอาจจะเป็นเพราะช่วงอายุและสิ่งแวดล้มที่ลูกนั้นต้องอาศัยอยู่ด้วยและลักษณะนิสัยของลูก ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากลูกคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นคนที่อ่อนแอและไม่ค่อนทันคนไม่ว่าจะเป็นลูกคนเล็กหรือลูกคนโต คนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้นั้นมักจะได้ความก่วงใยจากพ่อแม่มากกว่านั่นเองจึสามารถสรุปได้ว่าความรักที่พ่อแม่มอบให้ในความรู้สึกของลูกอีกคนที่ไม่เท่ากันนั้นโดยส่วนใหญ่มาจากความเป็นห่วงลูกที่ต่างกันมากกว่า

ลูกคนแรกมักถูกรักมากกว่าจริงไหม เป็นความรู้สึกเหมือนรักครั้งแรกมากว่านั่นแหละจะรู้สึกรักมากเป็รพิเศษแต่ในความเป็นจริงแล้วความเท่ากันในความรักที่พ่อแม่มีให้กับลูกทุกคนนั้นเป็นความรักที่เท่ากันแต่กับลูกอีกคนจะไม่ได้รับความพิเศษที่พ่อแม่นั้นรู้สึกเหมือนรักครั้งแรกนั่นเองจึงถึงมองว่าความรักที่พ่อแม่มอบให้ลูกนั้นเป็นความรักที่ไม่เท่ากัน

สุดท้ายแล้วความรักจากพ่อแม่ก็ยังคงเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ยากที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบและความรักที่พ่อแม่ให้นั้นถือเป็นความรักที่มีความเท่าเทียมกันเสมอแต่อาจจะแตกต่างกันในเรื่องความใส่ใจความห่วงใยและการดูแลลูกในทางที่ไม่เท่ากันมากกว่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่นั้นจะรักลูกไม่เท่ากันนั่นเอง

และถึงแม้เรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่สามารถทำให้เกิดการถกเถยงมากขึ้นแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นสิ่งที่สามารถบ่งบอกความรู้สึกเหล่านี้ได้อย่างแท้จริงก็คือตัวพ่อแม่ที่จะสามารถอธิบายอย่างไรให้ลูกเข้าใจได้ว่าความเป็นจริงแล้วนั้นคือสิ่งใดที่พ่อแม่รู้สึกต่อลูก

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  gclub slot เล่นผ่านเว็บ

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

เหตุผลที่ควรสนับสนุนให้มีการทำแท้งอย่างเสรี

“การทำแท้ง” ในสังคมไทยเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ในสังคมไทยมองว่าการทำแท้งนั้นคือการฆ่าชีวิตคนๆหนึ่งที่กำลังจะลืมตามาดูโลก แต่ในทางตรงกันข้ามยังมีอีกหลายประเทศที่สนับสนุนและจัดให้มีการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำแท้งได้อย่างเสรี หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการทำแท้งที่เหมือนเป็นการฆ่าเด็กนั้นในประเทศอื่นถึงสนับสนุนให้เป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายได้ นั่นก็เพราะว่ามีปัจจัยมาจาก

1.การที่หญิงนั้นถูกข่มขืน

ในประเทศไทยนั้นก็มีกฎหมายที่รองรับการทำแท้งในกรณีนี้ แพทย์สามารถทำแท้งให้กับหญิงนั้นได้ถ้าการตั้งครรภ์ดังกล่าวมาจากการถูกข่มขืน เช่นเดียวกันกับที่ประเทศอื่นก็เล็งเห็นถึงปัญหาในเรื่องนี้ว่าลำพังแค่หญิงถูกข่มขืนก็มีบาดแผลทางด้านจิตใจอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนอีก กฎหมายจึงอนุโลมให้หญิงดังกล่าวสามารถทำแท้งได้ 

2.ปัญหาด้านสุขภาพของหญิง

ไม่เพียงแค่ประเทศอื่นเท่านั้นที่เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ในประเทศไทยก็มีกฎหมายที่มารองรับในกรณีนี้เช่นกัน กฎหมายไทยกำหนดให้แพทย์สามารถทำแท้งให้แก่หญิงที่มีปัญหาด้านสุขภาพได้ ถ้าแพทย์ลงความเห็นแล้วว่าการตั้งครรภ์ดังกล่าวต่อไปอาจจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกายของหญิงนั้นเอง รวมไปถึงปัญหาด้านสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ด้วย ถ้าแพทย์ลงความเห็นว่าการที่คลอดเด็กออกมาเด็กอาจจะมีภาวะร่างกายไม่สมบูรณ์หรือผิดปกติ หญิงสามารถขอยุติการตั้งครรภ์ได้

3.การตั้งครรภ์ไม่พร้อม

การตั้งครรภ์ไม่พร้อมหมายถึงการที่หญิงนั้นไม่มีความพร้อมในการตั้งครรภ์ อย่างกรณี ตั้งครรภ์ในวัยเรียน มีฐานะยากจนขณะตั้งครรภ์ไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงดูทารกในภายภาคหน้าได้ เป็นต้น ซึ่งในกรณีเหล่านี้ในประเทศไทยนั้นยังไม่ถือว่าจำเป็นถึงขนาดจะให้แพทย์ทำแท้งให้ได้ แต่ในทางกลับกันยังมีอีกหลายประเทศเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ว่าหญิงสามารถขอยุติการตั้งครรภ์และร้องขอให้แพทย์ทำแท้งได้ เมื่อพิจารณาแล้วว่าการตั้งครรภ์ดังกล่าวจะส่งผลเสียมากกว่าดีอย่างไรบ้าง

เช่น ถ้าเป็นการตั้งครรภ์ในวัยเรียน หญิงที่เป็นแม่จะมีอายุยังน้อย ยังขาดความรับผิดชอบและวุฒิภาวะในการตัดสินใจอะไรต่างๆได้ การต้องรับผิดชอบเลี้ยงชีวิตเด็กคนหนึ่งจึงเป็นเรื่องเกินกว่าตัวหญิงนั้นมากและอาจเกิดเป็นปัญหาของสังคมในภายภาคหน้าได้ถ้าเด็กต้องเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่พร้อม เด็กอาจจะขาดโอกาสในการศึกษาไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ในหลายประเทศที่มองเห็นถึงความสำคัญของปัญหาเหล่านี้จึงอนุญาตให้มีการทำแท้งอย่างเสรีหรือถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

จริงๆในประเทศไทยก็มีการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย แต่การทำแท้งนั้นต้องเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง คือ หญิงที่ถูกข่มขืนหรือที่มีปัญหาด้านสุขภาพนั้นสามารถร้องขอให้แพทย์ทำแท้งให้แก่ตนได้ แต่ถึงการกระนั้นการจัดให้มีการทำแท้งอย่างเสรีก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนไปไม่น้อย เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์สามารถร้องขอให้แพทย์ทำแท้งให้กับตนได้

โดยไม่ต้องรอให้เข้ากรณีใดกรณีหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็เหมือนเป็นการไปตัดสิทธิ์หญิงที่มีความประสงค์อยากยุติการตั้งครรภ์ หญิงนั้นอาจจะมีความจำเป็นในด้านอื่นที่นอกเหนือจากปัญหาสุขภาพหรือการถูกข่มขืน อาจจะด้วยปัญหาหรือเหตุผลส่วนตัว ปัญหาทางฐานะ ปัญหาอื่นๆ

ตามแต่ที่หญิงจะพิจารณาแล้วเห็นควรว่าตนเองไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ หากยังมีการตั้งครรภ์ต่อไปจะเป็นปัญหาให้แก่ตนเอง หญิงนั้นจึงควรมีสิทธิ์ยุติการตั้งครรภ์ด้วยตนเองได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องรอกฎหมายกำหนดตราบใดที่ไม่เป็นการไปละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของใคร

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บ ufabet

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

ข้อดีของการอ่านหนังสือเป็นเล่ม

หนอนหนังสือในยุคดิจิตอลตอนนี้ล้วนก็มีทางเลือกในการอ่านที่มากขึ้น เพราะในปัจจุบันมี Ebook ซึ่งเป็นหนังสือทางอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งมีขนาดเล็กและสามารถพกพาได้และสามารถดาวน์โหลดหนังสือได้เป็นร้อยๆเรื่องอีกด้วยแต่ก็อาจจะมีบางอย่าง แต่การหนังสือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือEbookนั้นไม่สามารถทดแทนการอ่านหนังสือที่เป็นรูปเล่มได้

ข้อดีของการอ่านหนังสือที่เป็นรูปเล่มนั้นก็คือ การอ่านหนังสือนั้นสามารุช่วยให้เราฉลาดและรอบรู้สิ่งต่างๆมากขึ้นอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ายิ่งอ่านมากยิ่งรู้มากนั่นเอง แต่ผลการวิจัยพบว่าการอ่านหนังสือนั้นจากEbookจะทำให้ความเร็วในการอ่านนั้นลดลงเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือเป็นเล่ม การอ่านหนังสือเป็นเล่มนั้นช่วยฝึกการทำงานของสมอง

ทำให้สมองนั้นมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เปรียบเหมือนการฝึกให้สมองได้ออกกำลังและได้ทำงานและเมื่อเรามีอายุมากขึ้นการทำงานของสมองและร่างกายก็เกิดความอ่อนล้าลง ก็ยังคงต้องอ่านหนังสทอเพราะการอ่านหนังสือจะทำให้การเสื่อมของสมองช้าลง 

การอ่านสามารถช่วยให้เรานั้นเข้าใจอารมณ์เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การอ่านนวนิยายนั้นะสามารถทำให้เราเข้าใจในตัวละครและในบางครั้งเรื่องราวในนวนิยายส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องราวที่สะท้อนชีวิตจริงของมนุษย์นั่นเองดังนั้นการอ่านหนังสือก็เหมือนการทำให้เรานั้นมีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้นโดยปริยายนั่นเอง  กสนอ่านสือที่เป็นรูปเล่มนั้นเราจะต้องมีการใช้มือในการพลิกหน้ากระดาษ มีผลการวิจัยบอกไว้ว่า การอ่านหนังสือและใช้นิ้วมือในการสัมผัสเนื้อกระดาษนั้นจะทำให้สมองเข้าใจเนื้อหาในหนังสือมากขึ้น 

การอ่านหนังสือยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเดโรคอัลไซเมอร์ ปลการวิจัยรุว่าการอ่านหนังสือรวมไปถึงการเล่นหมากรุกและการเล่นต่อคำจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ได้ถึง2.5มื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ นอกจากนี้แล้วการ่านหนังสือนั้นยังช่วยให้เราผ่นคลายด้วย โดยนักวิจัยได้มีการระบุไว้เมื่อปี 2552

ว่าการอ่านหนังสือดีดีนั้นสามารถช่วยคลายความเครียดได้ถึงร้อยละ68%เลยทีเดียว ซึ่งการอ่านหนังสือประเภทไหนนั้นแต่ที่สำคัญก็คือเวลาที่เราได้อ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งใจเรานั้นจะจดจ่อกับเนื้อหาในหนังสือทำให้เรานั้นหลุดออกจากโลกที่ได้เผชิญกับความทุกข์ในแต่ละวันยิ่งถ้าหากเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาดีดีนั้นจะทำให้เราเคลิ้มไปกับคำประพันธ์ของหนังสือและทำให้เราเกิดความผ่อนคลายและลืมเรื่องราวความทุกข์ที่ได้เผชิญมาทั้งวันได้เลยนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าออนไลน์ เว็บไหนดี

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

ความชื่นชอบที่แตกต่างกัน

คนเรานั้นเมื่อมีการเกิดมาและถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่แตกต่างกันดังนั้นความชอบแต่ละบุคคลก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วยนั่นเองและคนเรามีกจะเกิดการถกเถียงกันด้วยเรื่องนี้อยู่เสมอว่าฉันชอบสิ่งนี้ฉันไม่ชอบสิ่งนี้ ทำให้บางครั้งแค่ควาชอบที่แตกต่างกันนั้นก็ทำให้สามารถเกิดเรื่องราวอื่นๆตามมาอีกมากมายด้วย

ดังนั้นแล้งว่าดูกันว่าถ้าเรานั้นไม่ชอบหรือชอบสิ่งที่กำลังเผชิญและมีการถกเถียงกับคนอื่นอยู่เราควรที่จะปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น โดยสถานการณ์ความชอบที่แตกต่างกันนั้นไม่ได้สื่อและหมายความว่าให้เรานั้นต้องเป็นฝ่ายที่แข็งหรือต้องเป็นฝ่ายที่ยอมเสมอไปแต่เรานั้นควรจะมีความยืดหยุ่นในเรื่องของความชอบส่วนบุคลนั่นเอง

ซึ่งความชอบที่แตกต่างนั้นถ้าเราสามารถปรับสิ่งเหล่านี้ให้เป็นความยืดหยุ่นได้เราก็จะสามารถอยู่ร่วมหรืออาศัยกับคนจำนวนมากได้อย่างแน่นอนละอยู่ได้โดยไม่ต้องเกิดความทะเลาะเบาะแว้งกันอีกด้วยถึงแม้การที่จะยืดหยุ่นในสิ่งที่เราไม่ชอบนั้นจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก

แต่แน่นอนว่าถ้าเราเปลี่ยนความแข็งในความคิดเราเป็นความยืดหยุ่นเราจะได้เปรียบในสิ่งนั้นนั่นเอง ซึ่งถ้าหากเป็รสิ่วที่เราชอบเราอาจจะสามารถยืดหยุ่นได้โดยง่ายแต่หากเป็นเรื่องที่เรานั้นไม่ชอบก็แน่นอนว่เป็นสิ่งที่เรานั้นอาจจะยืดหยุ่นได้อต่คงจะต้องมีการใช้เวลาในการทำสิ่งเหล่านั้น

การยืดหยุ่นในความชอบและไม่ชอบคืออะไร แน่นอนว่าถ้าหากเรานั้นไม่ใช่คนที่สุดโต่งหรืออะไรการทำในสิ่งที่เราไม่ชอบมักจะสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราแต่ถ้าหากเราลองทำและฝืนทำไปจนได้นั้นนั่นแหละเรียกว่าความชอบยืดหยุ่นได้นั่นเอง เพราะปกติแล้วเราไม่ได้ชอบสิ่งแต่เราอาจจะสามารถทำได้

เพราะสิ่งเหล่านี้นั้นสามารถเป็นงานหรือสามารถสร้างรายได้ให้เรานั่นเองเราจึงยอมที่จะยืดหยุ่นให้ได้นั่นเอง การยืดหยุ่นไม่ได้นั้นถือว่าเป็นผลเสียทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วยเพราะถ้าหากเรานั้นไม่ชอบสิ่งที่ทำแล้วเราไม่ทำแน่นอนว่าเรานั้นไม่มีความรับผิดชอบในหน้าของเราเพียงเพราะว่าเรานั้นไม่ชอบ

ซึ่งเหตุผลนี้นั้นเป็นเหตุผลที่เรามักจะพูดกับตัวเองเสมอแต่ถ้าหากได้ปูดกับคนอื่นๆรอบข้างแล้วนั้นเชื่อได้เลยว่าคนรอบหรือคนรู้จักเรานั้นต้องมีการมองเราด้วยสายตาที่แปลงอย่างมากแน่นอน

ดังนั้นแล่วสิ่งที่จะทำให้ความชอบหรือความไม่อบมีความแตกต่างได้นั้นก็คือความชอบหรือไม่ชอบของแต่ละคนนั่นเองการยืดหยุ่นในเรื่องอื่นๆนอกจากเรื่องสิ่งที่ชอบแล้วนั้นสิ่งเหล่านี้จะนำไปใช้งานและใช้ในชีวิตแระจำวันได้ด้วย

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  gclub สมัครสมาชิก

Posted by adminone in สังคมทั่วไป

Legally Blond

Legally Blonde ภาพยนตร์ตลก เบาสมอง ผ่อนคลายและน่ารัก ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และยิ่งหากคุณเป็นคนที่เรียนสายกฎหมายแล้วล่ะก็จะต้องถูกใจเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย จริงภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งหมด 2 ภาค แต่ที่เราจะนำมาพูดถึงในวันนี้คือภาค 1 ที่ถูกฉายเมื่อปี 2001 แม้จะดูเหมือนเป็นภาพยนตร์เก่าแต่ก็ยังมีเสน่ห์ให้น่าติดตามและย้อนกลับไปดูได้อีก

เนื้อหาของเรื่องจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของนางเอก “แอล วู้ดส์ซึ่งเธอเป็นสาวสังคม ไฮโซ ฐานะร่ำรวย มีหน้าตาสวยและมีผมสีบลอนด์ซึ่งตรงกับชื่อภาพยนตร์เลย ซึ่งการที่ภาพยนตร์ทำตัวละครของนางเอกให้ออกมาในลักษณะนี้ก็เพื่อต้องการจะสื่อความหมายว่าในสังคมของคนอเมริกันนั้นสาวที่มีลักษณะแบบแอลมักจะเป็นพวกบาร์บี้เกิร์ล สาวปาร์ตี้ เฮฮา ขี้เล่น ชอบเที่ยวเล่น จนดูเหมือนไม่สนใจการเรียนหรือการทำงาน

ถ้าจะพูดแรงๆก็คือสาวประเภทสวยแต่ไม่มีสมอง ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวนางเอกก็มีอุปนิสัยอย่างนั้น แอลเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่างจนไม่สนใจที่จะทำอะไรจริงจัง อย่างการเรียน การทำงาน แต่ชีวิตของแอลกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแฟนหนุ่มของเธอได้มาบอกเลิกเธอเพราะเขาต้องการผู้หญิงที่ไม่ได้แค่เพียบพร้อมด้วยฐานะที่เท่าเทียมกับเขา

แต่ต้องมีฐานะทางการศึกษาเท่าเทียมเขาด้วย ก็คือต้องการแฟนที่มีการศึกษาดีนั่นเอง และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการที่แอลอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าเธอก็สามารถทำได้ และเธอจะเป็นผู้หญิงที่มีความรู้ มีการศึกษาดีให้แฟนเก่าที่บอกเลิกเธอไปได้เห็น แอลจึงตัดสินใจเข้าสมัครเรียนตามแฟนเก่าเธอไป

ซึ่งคณะที่เลือกก็คือคณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด การที่แอลสอบเข้ามาได้นั้นไม่น่าจะเรียกว่ามาจากความสามารถ น่าจะเรียกว่ามาจากการที่เธอเป็นคนน่าสนใจมากกว่า เมื่อวันเปิดเทอมมาถึงแอลได้พาตัวเองมายังมหาวิทยาลัยด้วยรถสีชม แต่งกายด้วยชุดสีชมพู พร้อมน้องหมาชิวาว่าคู่กายของเธอ

ซึ่งทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในมหาวิทยาลัยที่ได้พบเจอกับเธอ จะบอกว่าแอลเป็นของแปลกในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเลยก็ว่าได้ การเรียนของแอลในช่วงแรกนั้นมีปัญหาอย่างมาก เธอเรียนไม่ทันเพื่อน เพื่อนทุกคนต่างอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจกับวิชาที่จะเรียนมาก่อนล่วงหน้า ซึ่งเธอนั้นเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความรู้พื้นฐานอะไรเลย และที่แย่ไปกว่านั้นคือแฟนเก่าที่บอกเลิกเธอไปดันมีคู่หมั้นแล้ว และคู่หมั้นของเขาก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของแอล ที่ดูเหมือนจะเป็นสาวที่ฉลาดมากด้วย แอลต้องทนเรียนไป

และเห็นทั้งคู่นั่งเรียนด้วยกันอย่างบาดใจ ซ้ำร้ายคู่หมั้นของแฟนเก่าก็ชอบฉีกหน้าเธอในชั้นเรียนอยู่เสมอทำให้แอลกลายเป็นตัวตลก และทำให้เธอดูเหมือนสาวที่ไร้สาระไปวันๆ นั่นทำให้แอลเกิดความคิดได้ จนเธอเริ่มเปลี่ยนตัวเอง และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแอลคนใหม่ ที่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น

ในภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากเราจะได้รับความสนุกสนาน ความน่ารัก ตลกจากนางเอกแล้วเราจะได้เห็นถึงความพยายามของนางเอกที่ต้องการลบคำสบประมาทและคำดูถูกออกไป ความต้องการอยากพิสูจน์ตัวเองของนางเอกนั้นจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และทำให้ทุกคนที่เคยดูถูกเธอต้องกลับมายอมรับในความสามารถของเธอ และนั่นเป็นสิ่งที่นางเอกจะมอบข้อคิดในเรื่องนี้ไว้ให้กับเราหลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ

 

สนับสนุนโดย    ufabet บนมือถือ

Posted by adminone in สังคมทั่วไป